วิธีการทาออยล์ให้ผิวหน้าได้รับสารอาหารสูงสุด และไม่รบกวนผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ก็คือการเลือกตาม "ขนาด" โมเลกุลของน้ำมันที่เราใช้ หรือง่ายๆอาจสังเกตที่ความหนักและความหนืดของตัวน้ำมันค่ะง่ายๆคือ เบาลงก่อน ... หนักๆหนืดๆ มาทีหลัง สำหรับ LHAMOUR Oil เราแนะนำให้ใช้หลังเซรั่ม ก่อนครีมค่ะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://lhamourthailand.com/blog/faceoil_howto/

หลายคนอาจจะกลัวว่าใช้ Facial Oil จะยิ่งทำให้ผิวมันมากขึ้น ... แต่จริงๆแล้วการใช้ Facial Oil ที่ใช่ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนผิว เมื่อผิวสมดุลขึ้น ร่างกายก็จะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเคลือบผิวน้อยลง สังเกตได้ถึงผิวมันระหว่างวันน้อยลงและดูสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น แนะนำให้เริ่มใช้ 2-3 หยดในตอนกลางคืน แล้วค่อยๆปรับปริมาณให้เหมาะสมกับผิวของคุณ เราแนะนำเริ่มต้นที่ Anti-pollution Facial Oil เพื่อช่วยปรับสมดุลผิวเป็นอย่างแรก

ออยล์ทั้ง 2 สูตรถูกออกแบบให้เหมาะกับทุกสภาพผิว แต่แตกต่างในวัตถุประสงค์และกลไกการทำงาน สูตร Anti-Pollution Facial Oil เน้นการเติมสารต้านอนุมูลอิสระและปรับสมดุลผิว ฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงพร้อมสู้ทุกมลภาวะและการเปลี่ยนแปลง ส่วน Rosehip Facial Oil เน้นการปรับสภาพผิวที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากสิว ผิวคล้ำจากแดด ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสยิ่งขึ้น

เซรั่มทั้ง 2 สูตรเน้นเสริมความแข็งแรงและอิ่มน้ำให้กับผิว ด้วย Hyaluronic acid, Vitamin B5 (Panthenol) และ Urea ที่ให้ความชุ่มชื่นผิว ให้ผิวเก็บกักความชุ่มชื่นได้ ผิวจึงยืดหยุ่น แข็งแรง ไม่ระคายเคืองง่าย แนะนำ Hydrating Hyaluronic Serum หากคุณเน้นที่ความชุ่มชื้นและการลดการประคายเคือง ปลอบประโลมผิวที่แพ้และระคายเคืองง่าย หรือผิวที่ยังไม่มีความกังวลเรื่องริ้วรอย ส่วน Repairing Hyaluronic Serum เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน ด้วยการกระตุ้นกระบวนการสร้าง collagen ตามธรรมชาติของผิว ช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูอิ่มฟู และเรียบเนียนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผิวที่เริ่มมีริ้วรอย

Beeswax Lip Balm เน้นการเคลือบปกป้องและให้ matt finish เหมาะกับการทากลางวัน หรือก่อนทาลิปสติก ส่วน Seabuckthorn Oil Lip Balm เน้นการฟื้นฟูผิวริมฝีปาก แนะนำเป็นพิเศษสำหรับทาก่อนนอน

Body Oil และ Butter แตกต่างกันที่ความเข้มข้น เนื้อ Balm/Butter มีความหนักและข้นกว่า เหมาะกับผิวแห้งมาก หรือต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ เช่น ศอก เข่า หรือการดูแลผิวช่วงอากาศหนาว โดยนอกจากบำรุงแล้วยังจะช่วยเคลือบปกป้อง ลดการสูญเสียน้ำจากผิว จึงเหมาะที่จะใช้ในช่วงกลางคืน ส่วน Body Oil มีเนื้อที่บางกว่า เป็นไอเท่มบำรุงผิวประจำวัน ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน

ผสมผสานการบำรุงผิวเข้ากับศาสตร์ aromatheraphy บอดี้ออยล์ทั้ง 3 สูตรนอกจากจะบำรุงผิวให้เนียนนุ่มแล้ว ยังให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เราแนะนำการเริ่มต้นของวันด้วย Revitalizing Body Oil ที่ปลุกความสดชื่น สดใสด้วยกลิ่นตะไคร้ซิตรัส ปลดปล่อยความเมื่อยล้าที่ได้รับระหว่างวันด้วยความหอมเย็น สดชื่นของมิ้นและไทม์จาก Cool Breeze Body Oil และจบวันด้วยการปลดปล่อยและผ่อนคลายจากน้ำมันหอมลาเวนเดอร์กับ Sensitive Skin Body Oil

เราสร้างสรรค์ Baby Balm เพื่อเป็นบาล์มอเนกประสงค์ที่อ่อนโยนแม้ผิวทารก บำรุงได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมาะสำหรับผิวแพ้และระคายเคืองง่าย สามารถใช้รักษาผิวอักเสบ (eczema) หรือเพิ่มเป็น sleeping mask ในขั้นตอนสุดท้ายของ beauty night routine ในวันที่ผิวต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ส่วน Seabuckthorn Oil Body Butter เราเพิ่มความพิเศษในการบำรุงผิวด้วยน้ำมันซีบัคธอร์นและโรสฮิป ช่วยฟื้นฟูผิวแห้ง ผิวเสียจากแดด ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น ป้องกันและซ่อมแซมผิวแตกลาย (stretchmark)

Moisturization - Yak’s Milk Soap // Repair & anti-aging - Goat’s Milk Soap // Deep cleansing - Horse Oil Face Soap // Eczema - Nettle soap